วันที่ 31 พฤษภาคม 2569  ที่วัดถ้ำเสือ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ดร.จอมขวัญ นครไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีวัดถ้ำเสือ เพื่อสมทบทุนก่อสร้างและพัฒนาพุทธศาสนสถานภายในวัด โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมถวายพุ่มผ้าป่าแด่พระเทพวชิรพุทธาคม  ในโอกาสนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ภาคธุรกิจ ประชาชน และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงภายในศาลาการเปรียญ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธา ความสามัคคี และความเป็นสิริมงคล  ซึ่งการทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนดำเนินโครงการก่อสร้างและพัฒนาพุทธศาสนสถานภายในวัดถ้ำเสือ อาทิ พระมหาธาตุเจดีย์ อุโบสถหลังใหม่ ศาลาการเปรียญ และเสนาสนะต่าง ๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนสืบไป

ทั้งนี้ วัดถ้ำเสือเป็นวัดสำคัญของจังหวัดกระบี่ ก่อตั้งขึ้นจากความดำริของพระครูภาวนาธิคุณ (หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ) เมื่อปี พ.ศ. 2518 ก่อนจะได้รับการยกฐานะเป็นวัดถ้ำเสือในปี พ.ศ. 2533 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2535 ปัจจุบันมีพระธรรมวชิรพุทธาคม ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส

นอกจากนี้ วัดถ้ำเสือยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดกระบี่ ด้วยความโดดเด่นของพระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว พระพุทธรูปองค์ใหญ่บนยอดเขา และจุดชมวิวเมืองกระบี่ที่งดงาม โดยสามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมอื่น ๆ ของจังหวัด อาทิ วัดมหาธาตุวชิรมงคล (วัดบางโทง) วัดมหาธาตุแหลมสัก และแหล่งอารยธรรมลูกปัดโบราณคลองท่อม เพื่อส่งเสริมและผลักดันจังหวัดกระบี่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยววิถีพุทธ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญของภาคใต้อย่างยั่งยืน